ธุรกิจนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์

ธุรกิจนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์
โครงการนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์
ธุรกิจนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture Business)

“เกษตรอินทรีย์” เป็นระบบการผลิตที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของสุขภาพดิน ระบบนิเวศ และผู้คน โดยพึ่งพาอาศัยกระบวนการทางนิเวศวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพ และวงจรธรรมชาติ ที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ แทนที่จะใช้ปัจจัยการผลิตที่มีผลกระทบทางลบ ทั้งนี้ เกษตรอินทรีย์เป็นระบบที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น นวัตกรรม และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เป็นธรรม ตลอดจนคุณภาพชีวิตที่ดีของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยแนวโน้มของธุรกิจผลิตภัณฑ์อินทรีย์ทั่วโลกอยู่ในเกณฑ์ดีมาก มีมูลค่าตลาดประมาณ 59,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดในสหรัฐอเมริกามีมูลค่า 28,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดในสหภาพยุโรปมีมูลค่ารวมประมาณ 26,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนมูลค่าตลาดเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยมีประมาณ 3,000 ล้านบาท
“โครงการนวัตกรรมด้านธุรกิจเกษตรอินทรีย์” เป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ สนช. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “คณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ” ซึ่งได้ดำเนินการจัดตั้งแล้วตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550 โดย สนช. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ หลังจากนั้น คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “แผนปฏิบัติการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2551-2554″ และกรอบงบประมาณ 4,826.80 ล้านบาทเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 โดยยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าวประกอบไปด้วยการพัฒนาใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

การเสริมสร้างและจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรม
การพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพื้นบ้าน
การเสริมสร้างศักยภาพการเกษตรอินทรีย์เชิงพาณิชย์สู่สากล
การบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ โดยมี สนช. เป็นคณอนุกรรมการและฝ่ายเลขานุการ หลังจากนั้น คณะกรรมการเกษตรอินทรีย์แห่งชาติมีมติเห็นชอบกรอบการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ในระยะต่อไปในเรื่องการปรับปรุงแผนปฏิบัติการฯ โดยขยายเวลาถึงปี 2555
ผลการดำเนินงาน ในปี 2556 ที่ผ่านมา สนช. ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ในการร่าง “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2557-2559″ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

การบริหารจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรม
การพัฒนาการผลิตเกษตรอินทรีย์ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
การสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาดและมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย
การบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ไทย
นอกจากนี้ สนช. ได้สร้างเครือข่ายวิสาหกิจ นักวิชาการ เกษตรกร และผู้ประกอบการด้านเกษตรอินทรีย์ให้มีความร่วมมือกันอย่างจริงจังโดยผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมรวมทั้งหมด 6 โครงการในธุรกิจเป้าหมาย 4 ด้าน ได้แก่

ด้านระบบการผลิต ได้แก่ โครงการ CHIATAI Organic Seed: ระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์อินทรีย์สำหรับผักเศรษฐกิจ และโครงการสามพราน ริเวอร์ไซด์ โมเดล: ระบบการปลูกกุหลาบอินทรีย์แบบบูรณาการ
ด้านปัจจัยการผลิต ได้แก่ โครงการศูนย์การผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพทางการเกษตรครบวงจร
ด้านเครื่องสำอางอินทรีย์ ได้แก่ โครงการ เทาเฟสมาส์ค: เวชสำอางอินทรีย์จากสาหร่ายเทา และโครงการ Acmella: ครีมบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อจากผักคราดหัวแหวนและไพลอินทรีย์
ด้านรูปแบบธุรกิจใหม่ ได้แก่ โครงการ Natural Swimming Pool: สระว่ายน้ำที่บำบัดด้วยระบบธรรมชาติ
รวมเป็นวงเงินสนับสนุนทั้งสิ้น 7,209,000 บาทคิดเป็นมูลค่าการลงทุน 253,356,000 บาท ทั้งนี้ สนช.ได้มีการดำเนินงานร่วมกับ “เครือข่ายนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ระยะที่ 2” ซึ่งเป็นโครงการนำร่องความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง สนช. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการจัดการความรู้และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ โดยมีเป้าประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อให้ผู้ผลิตทั้งภาคเกษตรกรรมและภาคเอกชนได้นำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ ตลอดจนยังเป็นแหล่งรวมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และขับเคลื่อนกิจกรรมสำคัญเพื่อสร้างนวัตกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศ โดยมีการจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายองค์ความรู้และนวัตกรรมทั้งในประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน ตลอดทั้งปี 2556 สนช. ยังได้เตรียมปรับแผนการดำเนินงานด้านธุรกิจนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ในระยะต่อไปเป็นการส่งเสริมโครงการนวัตกรรมในเชิงพื้นที่ โดยเลือกจังหวัดยโสธร และกาญจนบุรี เป็นจังหวัดนำร่องในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยจะมีการสร้างตราสินค้าและขยายผลให้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ของประเทศไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างในปี 2557 ต่อไป

ที่มา : สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

Visitors: 18,067